PlayLingo
บทความทั้งหมด

10 หนังฝึกภาษาอังกฤษ แบ่งตามระดับ

Alexey Nenastyev
ผู้ก่อตั้ง PlayLingo ·

10 หนังฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่ A2 ถึง C1 จาก Toy Story ถึง The Social Network แต่ละเรื่องสอนอะไร และเรียนทีละฉากแทนทั้งเรื่องอย่างไร

หนังคือวิธีฟังภาษาอังกฤษจริงที่สนุกที่สุด และก็เป็นวิธีที่หลงทางง่ายที่สุดด้วย หนังที่คุณชอบในภาษาตัวเองอาจกลายเป็นการนั่งเดานานสองชั่วโมง เมื่อนักแสดงพูดเร็ว พูดอู้อี้ หรือใช้สแลงที่ไม่เคยเจอในตำรา

เคล็ดลับคือเลือกหนังให้ตรงระดับ และเรียนทีละฉาก ไม่ใช่ทั้งเรื่อง รายการนี้ไล่ตั้งแต่แอนิเมชันที่บทพูดชัดและง่าย ไปจนถึงหนังดราม่าผู้ใหญ่ที่พูดเร็ว ทุกเรื่องมีฉากอยู่ในคลัง PlayLingo เรียงตามระดับ CEFR

หนังแบบไหนเหมาะกับการฝึกภาษาอังกฤษ

หนังดีไม่ได้เป็นบทเรียนที่ดีเสมอไป เราดูสี่อย่างนี้

  • พูดชัด นักแสดงพูดจบประโยค และไม่พูดแทรกกันตลอดเวลา
  • ภาษาในชีวิตประจำวัน คำและวลีที่คุณได้ใช้จริง ไม่ใช่แค่สงครามอวกาศหรือสุนทรพจน์ยุคกลาง
  • ฉากที่เข้าใจได้ในตัว ช่วงสองสามนาทีที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องดูทั้งเรื่อง
  • เรื่องที่คุณรู้อยู่แล้ว ถ้ารู้เนื้อเรื่อง สมองก็ว่างพอจะสังเกตภาษา

สรุปสั้นๆ

  • A2: Toy Story, Finding Nemo, Zootopia
  • B1: Forrest Gump, The Intern, Harry Potter, The Pursuit of Happyness
  • B2: The Devil Wears Prada, The Shawshank Redemption
  • C1: The Social Network

1. Toy Story (ทอย สตอรี่) — A2

ฉากหนังบน YouTube: “Woody Meets Buzz! | Toy Story | Disney Kids”

ฉากสำหรับเริ่ม: “Woody Meets Buzz! | Toy Story | Disney Kids”

ของเล่นคุยกันด้วยประโยคสั้นและชัด เสียงพากย์มีอารมณ์ มุกดูแล้วเข้าใจ และเรื่องง่ายจนคุณรู้ตลอดว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นหนังภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่เหมาะที่สุด

วิธีเรียน: ดูฉากหนึ่งพร้อมซับสองภาษา แล้วดูอีกรอบด้วยซับอังกฤษอย่างเดียว เก็บคำตอบสนองสั้นๆ อย่าง “Hey!”, “Come on!”, “You’re kidding me” ซึ่งมีอยู่ทุกที่ในบทสนทนาจริง

2. Finding Nemo (นีโม ปลาเล็ก หัวใจโต๊โต) — A2

ฉากหนังบน YouTube: ““I Suffer From Short Term Memory Loss” Scene - FINDING NEMO (2003)”

ฉากสำหรับเริ่ม: ““I Suffer From Short Term Memory Loss” Scene - FINDING NEMO (2003)”

การเดินทางใต้ทะเลที่เล่าด้วยคำง่ายๆ กับดอรี่ ปลาที่ลืมทุกอย่าง ประโยคสำคัญจึงถูกพูดซ้ำ และเมื่อเรื่องไปถึงซิดนีย์ คุณจะได้ยินสำเนียงออสเตรเลียด้วย

วิธีเรียน: ตามดอรี่ไว้ บทพูดของเธอสั้น ซ้ำ และเลียนแบบง่าย พูดตามเธอออกเสียงดังๆ

3. Zootopia (นครสัตว์มหาสนุก) — A2

ฉากหนังบน YouTube: “Zootopia Movie CLIP - Elephant in the Room (2016)”

ฉากสำหรับเริ่ม: “Zootopia Movie CLIP - Elephant in the Room (2016)”

เมืองของสัตว์ที่มีกระต่ายตำรวจกับจิ้งจอกที่หากินด้วยกลโกงเล็กๆ พูดชัด เรื่องตามง่าย และบทสนทนาเต็มไปด้วยสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ทั้งร้านค้า ออฟฟิศ และถนน

วิธีเรียน: สังเกตว่าตัวละครขอสิ่งต่างๆ และเถียงกันอย่างสุภาพอย่างไร ฉากร้านไอศกรีมคือบทเรียนเล็กๆ ของภาษาอังกฤษจริงระหว่างลูกค้ากับคนขาย

4. Forrest Gump (ฟอร์เรสท์ กัมพ์) — B1

ฉากหนังบน YouTube: “Forrest Gump (1994) - Life is a Box of Chocolates Scene”

ฉากสำหรับเริ่ม: “Forrest Gump (1994) - Life is a Box of Chocolates Scene”

ชายคนหนึ่งเล่าชีวิตตัวเองด้วยประโยคสั้นและง่าย ช้าๆ ด้วยสำเนียงทางใต้ของอเมริกา การเล่าเรื่องทำให้เป็นหนังผู้ใหญ่ที่ตามง่ายที่สุดเรื่องหนึ่ง และหลายประโยคกลายเป็นประโยคดัง

วิธีเรียน: เรียนส่วนที่เล่าเรื่องก่อน ฟอร์เรสท์พูดช้าและพูดซ้ำ เหมาะมากสำหรับฝึกฟังและพูดตาม

5. The Intern (โก๋เก๋ากับบอสเก๋ไก๋) — B1

ฉากหนังบน YouTube: “The Intern Movie CLIP - Don't Worry Becky (2015)”

ฉากสำหรับเริ่ม: “The Intern Movie CLIP - Don't Worry Becky (2015)”

ชายวัยเกษียณอายุ 70 ปีเข้าไปทำงานในสตาร์ทอัพแฟชั่น หนังเต็มไปด้วยภาษาอังกฤษในที่ทำงานแบบสุภาพ ทั้งการแนะนำตัว การคุยเล่น การขอความช่วยเหลือ และการให้ฟีดแบ็ก มีประโยชน์กับทุกคนที่ทำงานเป็นภาษาอังกฤษ

วิธีเรียน: จดประโยคสุภาพที่ใช้ในที่ทำงาน เช่น วิธีเสนอความช่วยเหลือ วิธีแย้ง และวิธีขอโทษ พรุ่งนี้ก็เอาไปใช้ได้

6. Harry Potter (แฮร์รี่ พอตเตอร์) — B1

ฉากหนังบน YouTube: “Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2 - Snape's Memories”

ฉากสำหรับเริ่ม: “Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2 - Snape's Memories”

ฉากในโรงเรียนพ่อมดที่มีสำเนียงอังกฤษและบทพูดที่ผูกกับเนื้อเรื่อง ผู้เรียนส่วนใหญ่รู้เรื่องอยู่แล้ว ภาษาอังกฤษจึงตามง่ายขึ้นมาก แม้จะมีสำเนียง

วิธีเรียน: เลือกฉากที่มีตัวละครสองสามตัวแทนฉากต่อสู้ใหญ่ๆ แล้วเทียบว่าตัวละครอังกฤษออกเสียงคำที่คุณรู้จากภาษาอังกฤษแบบอเมริกันอย่างไร

7. The Pursuit of Happyness (ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้) — B1

ฉากหนังบน YouTube: “The Pursuit of Happyness Movie CLIP - No Y in Happiness (2006)”

ฉากสำหรับเริ่ม: “The Pursuit of Happyness Movie CLIP - No Y in Happiness (2006)”

พ่อลูกที่พยายามเอาตัวรอดในซานฟรานซิสโก บทพูดเรียบง่ายและเป็นชีวิตประจำวัน และฉากสัมภาษณ์งานอันโด่งดังก็ควรดูหลายรอบ

วิธีเรียน: โฟกัสที่บทสนทนาระหว่างพ่อกับลูก ที่สั้น มีอารมณ์ และเป็นธรรมชาติ เป็นแบบอย่างที่ดีของภาษาอังกฤษในครอบครัว

8. The Devil Wears Prada (นางมารสวมปราด้า) — B2

ฉากหนังบน YouTube: “The Devil Wears Prada Movie CLIP - Gird Your Loins! (2006)”

ฉากสำหรับเริ่ม: “The Devil Wears Prada Movie CLIP - Gird Your Loins! (2006)”

ผู้ช่วยสาวในนิตยสารแฟชั่นชั้นนำกับเจ้านายสุดโหด บทพูดเร็วและคม เต็มไปด้วยภาษาอังกฤษในที่ทำงานและประโยคเด็ด มิแรนดาพูดเสียงเบา คุณจึงต้องฟังให้ดี

วิธีเรียน: ใช้บทพูดเดี่ยวที่มีชื่อเสียงฝึกฟังแบบเข้มข้น เปิดทีละประโยค พูดตาม แล้วเช็กซับ สั้น แน่น และเต็มไปด้วยคำศัพท์ที่มีประโยชน์

9. The Shawshank Redemption (ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง) — B2

ฉากหนังบน YouTube: “The Shawshank Redemption | Red is Released From Prison After 40 Years”

ฉากสำหรับเริ่ม: “The Shawshank Redemption | Red is Released From Prison After 40 Years”

ดราม่าในคุกที่มอร์แกน ฟรีแมนเล่าเรื่องด้วยเสียงสงบและชัด บทเล่าเรื่องช้าและเขียนได้งดงาม เป็นหนึ่งในสื่อฝึกฟังที่ดีที่สุดในวงการหนัง

วิธีเรียน: ฟังเสียงเล่าของเรดโดยไม่มีซับก่อน แล้วค่อยเช็ก จังหวะช้าพอจะจับได้แทบทุกคำ

10. The Social Network (โซเชียล เน็ตเวิร์ก) — C1

ฉากหนังบน YouTube: “The Social Network (2010) - I Was Your Only Friend Scene”

ฉากสำหรับเริ่ม: “The Social Network (2010) - I Was Your Only Friend Scene”

การถกเถียงเรื่องสตาร์ทอัพด้วยความเร็วสูงสุด บทพูดของแอรอน ซอร์กินขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและความแน่น แค่ฉากเปิดก็เป็นข้อสอบการฟังระดับสูงแล้ว

วิธีเรียน: อย่าพยายามตามทั้งเรื่อง เลือกฉากสองนาที เรียนทีละบรรทัดพร้อมซับ แล้วกลับมาดูซ้ำจนเข้าใจโดยไม่มีซับ

เรียนภาษาอังกฤษจากฉากหนังอย่างไร

ฉากสั้นได้ผลดีกว่าดูทั้งเรื่อง ลองกับฉากไหนก็ได้ในรายการนี้

  1. ดูฉากเพื่อเข้าใจเรื่อง ใช้ซับสองภาษาเพื่อเข้าใจทั้งหมดตั้งแต่รอบแรก
  2. ดูอีกรอบด้วยภาษาอังกฤษอย่างเดียว ดูคำแปลเฉพาะตอนที่ประโยคไหนทำให้สะดุด
  3. ค้นสิ่งที่ไม่รู้ แตะคำและวลีที่ไม่รู้จัก แล้วบันทึกอันที่ควรจำ
  4. พูดประโยคเด็ดออกเสียง เลียนแบบจังหวะและอารมณ์ ไม่ใช่แค่คำ
  5. กลับมาดูอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน ดูโดยไม่มีซับ แล้วสังเกตว่าเข้าใจมากขึ้นแค่ไหน

อยากได้ไอเดียเพิ่ม? ดูรายการช่อง YouTube สำหรับฝึกแชโดว์อิ้งภาษาอังกฤษและคู่มือเรียนภาษาอังกฤษกับ YouTube

ดูฉากเหล่านี้ใน PlayLingo

PlayLingo มีคลังฉากหนังดังแบ่งตามระดับ รวมถึงหนังทุกเรื่องในรายการนี้ ทุกประโยคแสดงทั้งต้นฉบับและคำแปลเป็นภาษาของคุณ แตะคำไหนก็ได้เพื่อดูคำอธิบาย แล้วบันทึกไว้ทบทวนพร้อมช่วงเวลานั้นในหนัง เริ่มใช้ฟรีบน iPhone, iPad และ Mac

เครื่องเล่น PlayLingo กับฉากจาก Paddington: ประโยคภาษาอังกฤษและคำแปล

คำถามที่พบบ่อย

หนังเรื่องไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?

เริ่มจากแอนิเมชันอย่าง Toy Story หรือ Finding Nemo พูดชัด ประโยคสั้น และภาพช่วยให้ตามเรื่องได้

ควรดูหนังพร้อมซับไหม?

ควร ช่วงแรกใช้ซับสองภาษา แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นซับอังกฤษอย่างเดียว เป้าหมายคือค่อยๆ ไปสู่ซับอังกฤษ และสุดท้ายไม่ใช้ซับเลย

ดูทั้งเรื่องหรือดูทีละฉากดีกว่า?

ถ้าเพื่อการเรียน ดูทีละฉาก ฉากสองนาทีที่เรียนอย่างละเอียดสอนคุณได้มากกว่าหนังทั้งเรื่องที่เข้าใจครึ่งเดียว