ฝึกฟังภาษาอังกฤษบน YouTube แบ่งตามระดับ
6 ช่อง YouTube สำหรับฝึกฟังภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ A1 ถึง C1 บอกว่าแต่ละช่องมีอะไรบนจอ พร้อมวิธีฝึกหูวันละ 20 นาที
ผู้เรียนส่วนใหญ่อ่านภาษาอังกฤษได้มากกว่าที่ฟังทันเยอะ คำศัพท์ก็รู้ เห็นบนหน้ากระดาษก็จำได้ แต่พอมีคนพูดด้วยความเร็วปกติ คำเหล่านั้นกลับละลายรวมกันเป็นเสียงยาวๆ เสียงเดียว ช่องว่างนี้ปิดได้ทางเดียว คือฟังให้มาก และฟังภาษาอังกฤษที่ยากกว่าระดับของคุณเพียงนิดเดียว
ลองค้น YouTube ว่า “English listening practice” แล้วจะเจอวิดีโอเป็นพันๆ คลิปที่มีระดับอยู่ในชื่อ ทุกวันนี้หลายคลิปทำจากภาพสต็อกกับเสียงสังเคราะห์ และบางคลิปก็แปะป้าย B2 ให้ภาษาอังกฤษที่มือใหม่ฟังรู้เรื่อง เราจึงเปิดดูทีละช่องในเดือนตุลาคม 2026 และเก็บไว้เฉพาะช่องที่คนจริงเป็นคนพูด แต่ละช่องเราจดไว้ว่าอยู่ระดับไหน วิดีโอยาวเท่าไร และมีคำพูดขึ้นบนจอหรือไม่
สรุปสั้นๆ
- A1-A2: Listening Time, Miss Honey
- B1: VOA Learning English
- B1-B2: High Level Listening
- B2-C1: Smashing English
- C1: Luke’s English Podcast
1. Listening Time: เรื่องเล่าสั้นๆ ติดป้าย A1, A2 และ B1 (A1-A2)
เริ่มจาก: “A1 English Listening Practice - Language Learning” · Listening Time บน YouTube
พิธีกรคนเดียวพูดหันหน้าเข้ากล้อง คลิปละหนึ่งหัวข้อ เช่น การเรียนภาษา การตั้งแคมป์ การเที่ยวกับลูก หรือครอบครัวนานาชาติของเขาเอง ชื่อคลิปส่วนใหญ่ขึ้นต้นด้วยระดับ A1, A2 หรือ B1 คุณจึงรู้ก่อนกดเล่นว่าจะเจออะไร ทุกคำที่เขาพูดขึ้นอยู่ด้านล่างจอ วิดีโอชุดนี้จึงเป็นสะพานที่ดีจากการอ่านไปสู่การฟัง
คลิประดับ A1 เรื่องการเรียนภาษายาวแค่สามนาที และมียอดดูกว่า 12 ล้านครั้ง พอรู้สึกว่าง่ายแล้ว ลองฟังคลิประดับ A2 “Good English Learners” ยาว 16 นาทีและถ่ายกลางแจ้ง คุณจะได้ยินเสียงรอบตัวตามธรรมชาติปนกับเสียงพูดมากขึ้นอีกหน่อย
2. Miss Honey: เรื่องเดียวกัน เล่าช้าก่อน แล้วเล่าด้วยความเร็วจริง (A1-A2)
เริ่มจาก: “English Listening Practice for Beginners: My Weekend! (A1-A2)” · Miss Honey บน YouTube
Miss Honey เล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง ทั้งวันหยุดสุดสัปดาห์ กิจวัตรตอนเช้า และวลีที่ต้องใช้ที่สนามบิน รูปแบบของคลิป “My Weekend!” คือเหตุผลที่เธอได้อยู่ในรายการนี้ ราวสิบนาทีแรกเธอเล่าเรื่องช้าๆ จากนั้นเล่าซ้ำอีกรอบด้วยความเร็วแบบที่คุยกับเพื่อน คุณได้ยินประโยคเดิมสองครั้ง จึงสังเกตได้ชัดว่าประโยคเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อพูดเร็วขึ้น
บนจอไม่มีข้อความ แต่ช่องใส่ซับภาษาอังกฤษไว้ให้เอง ดูช่วงที่เล่าช้าโดยเปิดซับ แล้วลองดูช่วงความเร็วจริงโดยปิดซับ
3. VOA Learning English: ข่าวที่อ่านช้าๆ พร้อมข้อความบนจอ (B1)
เริ่มจาก: “What Is the Relationship Between Age and Happiness?” · VOA Learning English บน YouTube
Voice of America เคยทำข่าวด้วยภาษาอังกฤษง่ายๆ ที่อ่านช้าสำหรับผู้เรียน และช่อง YouTube ของเขาเก็บข่าวแบบนี้ไว้หลายปี รวมถึงรายงานเก่าๆ ตั้งแต่สมัยที่บริการนี้ยังชื่อ Special English รายงานสั้นยาวสองถึงสี่นาที ผู้ประกาศอ่านข่าวเรื่องสุขภาพ วิทยาศาสตร์ หรือการศึกษาด้วยจังหวะสบายๆ และข้อความเต็มวิ่งเป็นตัวอักษรใหญ่อยู่ด้านล่างจอ ช่องยังมีรายการ “Learning English Podcast” ยาวครึ่งชั่วโมง ที่พิธีกรสองคนพาไปฟังข่าวหลายเรื่อง
มีสองเรื่องที่ควรรู้ ช่องนี้ไม่ได้ลงวิดีโอใหม่เลยตั้งแต่เมษายน 2025 ให้มองว่าเป็นคลังเก่ามากกว่าแหล่งข่าว และวิดีโอไม่มีซับของ YouTube ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะข้อความอยู่ในภาพอยู่แล้ว
4. High Level Listening: ครูสองคน สองสำเนียง หนึ่งบทสนทนาจริง (B1-B2)
เริ่มจาก: “From B1 to B2 English Listening Practice: Deeper Conversations” · High Level Listening บน YouTube
ช่องนี้คือก้าวจากภาษาอังกฤษสำหรับผู้เรียนไปสู่บทสนทนาจริง Kat พูดสำเนียงอเมริกัน Mark พูดสำเนียงอังกฤษ ทั้งคู่คุยกันผ่านวิดีโอคอลเรื่องที่คนเถียงกันจริงๆ อย่างเวลาหน้าจอ โซเชียลมีเดีย การทำงานจากบ้าน และสมาธิที่สั้นลง ช่องบอกว่านี่คือภาษาอังกฤษจริงที่เป็นธรรมชาติในระดับ B2 ไม่ใช่ภาษาในตำรา
แต่ละตอนยาวประมาณ 20-25 นาที และชื่อตอนส่วนใหญ่ระบุ B2 หรือ B2-C1 ตอนที่เราเลือกเป็นทางเข้าที่นุ่มนวลที่สุด ทำมาสำหรับคนที่กำลังขยับจาก B1 ไป B2 มีคำบรรยายเล็กๆ บนจอบอกว่ากำลังพูดอะไร
5. Smashing English: เจ้าของภาษาสองคนคุยกันเต็มสปีด (B2-C1)
เริ่มจาก: “English Listening Practice #1 - Real Native Conversation (B2-C1)” · Smashing English บน YouTube
เจ้าของภาษาสองคนนั่งที่โต๊ะกับไมโครโฟน แล้วคุยกันราวครึ่งชั่วโมงด้วยความเร็วแบบที่คุยกันเองจริงๆ ฟังยากแน่นอน และช่องก็รู้ดี จึงช่วยด้วยวิธีที่ฉลาด เมื่อมีคำหรือวลีที่มีประโยชน์ คำนั้นจะขึ้นที่ด้านบนจอพร้อมคำอธิบายสั้นๆ เช่น “meals out: meals eaten in restaurants” คุณตามบทสนทนาไปพร้อมกับเก็บคำศัพท์ได้ในคราวเดียว
บทสนทนามีหมายเลขกำกับและรวมอยู่ในสองเพลย์ลิสต์ คือ Listening Practice Season 1 และ Season 2 ตอนแรกมียอดดูกว่า 1.5 ล้านครั้ง และเป็นจุดเริ่มที่เหมาะที่สุด ช่องใส่ซับภาษาอังกฤษไว้ให้เอง
6. Luke’s English Podcast: ตอนยาวสำหรับหูระดับสูง (C1)
เริ่มจาก: “The Door in the Wall (Learn English with a Short Story)” · Luke’s English Podcast บน YouTube
Luke เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ทำพอดแคสต์มานานมาก ตอนที่เราเลือกคือตอนที่ 962 แต่ละตอนมักยาวสองชั่วโมงขึ้นไป และความยาวนี่แหละคือการฝึก การฟังคนคนเดียวพูดเป็นชั่วโมง ทั้งออกนอกเรื่องและเล่ายืดยาว คือความรู้สึกของการฟังภาษาอังกฤษจริงเมื่อออกจากห้องเรียนไปแล้ว
“The Door in the Wall” เหมาะเป็นตอนแรกเพราะโครงสร้างชัด Luke อ่านเรื่องสั้นราวครึ่งชั่วโมง จากนั้นเล่าเรื่องซ้ำโดยมีบทสรุปอยู่บนสไลด์ข้างตัว ตั้งคำถามชวนคิด คุยว่าเรื่องนี้หมายถึงอะไร และไล่คำศัพท์ ในคำอธิบายวิดีโอมีลิงก์ PDF ของตอนนี้ให้ด้วย ถ้าสองชั่วโมงมากเกินไป หยุดหลังจบเรื่องแล้วค่อยกลับมาฟังส่วนที่เหลือวันอื่น
ฝึกฟังวันละ 20 นาทีทำอย่างไร
เปิดวิดีโอทิ้งไว้เป็นเสียงพื้นหลังดูเหมือนได้ฝึก แต่ส่วนใหญ่ผ่านหูไปเฉยๆ ลองจับคลิปสั้นๆ ชิ้นเดียวแทน
- เลือกห้านาที ไม่ใช่ห้าสิบนาที เลือกวิดีโอที่ตรงระดับแล้วตัดมาช่วงสั้นๆ ฟังรอบแรกแล้วควรจับใจความได้
- รอบแรก: ไม่ดูข้อความ ซ่อนซับแล้วตั้งใจฟังอย่างเดียว จดไว้ว่าคุณคิดว่าเขาพูดอะไร
- รอบสอง: ดูข้อความ เปิดซับ หรืออ่านข้อความบนจอ หาจุดที่สิ่งที่คุณได้ยินกับสิ่งที่เขาพูดจริงไม่ตรงกัน
- เล่นบรรทัดที่ยากซ้ำ ย้อนกลับไปที่ทุกประโยคที่ฟังไม่ทัน แล้วเล่นซ้ำสามสี่ครั้ง ลดความเร็วได้ถ้าจำเป็น ส่วนใหญ่ปัญหาไม่ใช่คำใหม่ แต่เป็นคำที่รู้อยู่แล้วแต่พูดเร็ว
- รอบสุดท้าย: ไม่ดูข้อความอีกครั้ง เล่นทั้งช่วงอีกรอบโดยไม่มีตัวช่วย คุณจะได้ยินชัดกว่าเมื่อยี่สิบนาทีก่อนมาก
พร้อมเมื่อไรก็ขยับขึ้น ถ้าฟังรอบแรกแล้วเข้าใจเกือบหมด แปลว่าระดับง่ายไป ถ้าผ่านไปนาทีเดียวแล้วหลง ให้ลดลงหนึ่งขั้น อยากรู้เรื่องวิธีฟังสามรอบเพิ่มเติม อ่านต่อได้ในคู่มือฝึกฟังบน iPhone ของเรา และถ้าชอบฟังเป็นเรื่องเล่า ลองช่องหนังสือเสียงภาษาอังกฤษแบ่งตามระดับเหล่านี้
ฝึกฟังใน PlayLingo
ทุกช่องข้างบนใช้กับ PlayLingo ได้ รวมถึงวิดีโอ YouTube อื่นใดที่คุณวางลิงก์เข้ามา แอปจะแบ่งวิดีโอออกเป็นบรรทัด และแสดงแต่ละบรรทัดใต้ภาพพร้อมคำแปลเป็นภาษาของคุณ ถ้าติดคำหรือวลีไหน แตะที่คำนั้น แล้ว Lingo จะอธิบายว่ามันหมายถึงอะไรในประโยคนั้น บันทึกไว้ แล้วมันจะกลับมาให้ทบทวนทีหลัง พร้อมช่วงเวลาในวิดีโอที่คุณได้ยินมัน
โหมด Listen ทำมาเพื่อขั้นตอนข้างบนโดยเฉพาะ ข้อความถูกซ่อน วิดีโอหยุดหลังทุกบรรทัด และถ้าติด คุณเปิดดูประโยคทีละคำได้ คุณยังลดความเร็ววิดีโอหรือวนบรรทัดเดียวซ้ำกี่ครั้งก็ได้ PlayLingo ใช้ได้บน iPhone, iPad, Mac และ Android เริ่มใช้ฟรี และมีส่วนให้ฝึกทุกวัน ถ้าอยากเรียนภาษาอังกฤษจาก YouTubeโดยไม่ต้องค้นหาเอง ก็มีคลังวิดีโอที่จัดเรียงตามระดับไว้ให้ด้วย
คำถามที่พบบ่อย
ฝึกฟังภาษาอังกฤษฟรีได้ที่ไหน?
ทุกช่องในรายการนี้ดูฟรีบน YouTube เลือกช่องที่ตรงระดับมาหนึ่งช่อง ตัดมาช่วงสั้นๆ แล้วฟังหลายรอบ รอบแรกไม่ดูข้อความ รอบสองดูข้อความ แล้วฟังอีกรอบโดยไม่ดู ฝึกแบบนี้วันละสิบนาทีได้ผลกว่าเปิดเป็นเสียงพื้นหลังทั้งชั่วโมง
มือใหม่ควรฝึกฟังภาษาอังกฤษจากอะไรดี?
วิดีโอสั้นที่มองเห็นคำพูดบนจอ Listening Time ขึ้นคำที่พิธีกรพูดไว้บนจอ ส่วนคลิป “My Weekend!” ของ Miss Honey เล่าช้าๆ ก่อน แล้วจึงเล่าด้วยความเร็วปกติ เริ่มจากสองช่องนี้ แล้วปิดข้อความทันทีที่ตามได้โดยไม่ต้องพึ่ง
จะพัฒนาการฟังจาก B1 ไป B2 ต้องทำอย่างไร?
เปลี่ยนจากภาษาอังกฤษที่มีบทเขียนไว้ไปฟังบทสนทนาจริง ข่าวสำหรับผู้เรียนอย่าง VOA ชัดและช้า แต่คนจริงไม่ได้พูดแบบนั้น High Level Listening และ Smashing English ให้คุณได้ฟังบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ พร้อมตัวช่วยบนจอ และนั่นคือช่วงที่การพัฒนาจาก B1 ไป B2 เกิดขึ้นมากที่สุด
ฝึกฟังควรเปิดซับหรือไม่เปิดซับ?
ทั้งสองแบบ สลับกันไป ไม่เปิดซับเพื่อฝึกหู เปิดซับเพื่อดูว่าพลาดตรงไหน ลำดับที่ได้ผลที่สุดคือ ไม่เปิด เปิด แล้วไม่เปิดอีกรอบ
อ่านเพิ่มเติม
8 ช่องหนังสือเสียงภาษาอังกฤษบน YouTube แบ่งตามระดับ8 ช่อง YouTube ที่อ่านหนังสือและนิทานภาษาอังกฤษให้ฟัง ส่วนใหญ่มีข้อความบนจอ เรียงจาก A1 ถึง C1 พร้อมวิธีเรียนตาม
7 ช่อง YouTube สำหรับฝึกแชโดว์อิ้งภาษาอังกฤษ7 ช่อง YouTube สำหรับฝึกแชโดว์อิ้งภาษาอังกฤษตั้งแต่ A1 ถึง C1 เสียงชัด จังหวะสม่ำเสมอ สำเนียงจริง พร้อมวิธีฝึกพูดตามง่ายๆ ทุกวัน
10 หนังฝึกภาษาอังกฤษ แบ่งตามระดับ10 หนังฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่ A2 ถึง C1 จาก Toy Story ถึง The Social Network แต่ละเรื่องสอนอะไร และเรียนทีละฉากแทนทั้งเรื่องอย่างไร
5 ซีรีส์ฝึกภาษาอังกฤษ5 ซีรีส์ฝึกภาษาอังกฤษตั้งแต่ B1 ถึง C1 ได้แก่ Friends, Young Sheldon, The Big Bang Theory, Suits และ Sherlock พร้อมวิธีเรียนจากฉากสั้นๆ
10 ครูสอนภาษาอังกฤษบน YouTube ที่ควรติดตาม10 ครูสอนภาษาอังกฤษบน YouTube สำหรับการพูด การออกเสียง ไวยากรณ์ และสำเนียงอังกฤษหรืออเมริกัน พร้อมวิธีเลือกครูที่เหมาะกับคุณ